ตั้นสุ่ย (Tamsui) เป็นเมืองท่าแห่งแรกทางตอนเหนือของไต้หวันและยังเปิดเป็นท่าเรือแห่งชาติเมื่อคริสตศักราช(ค.ศ.) 1858 แต่เนื่องจากความหนาแน่นและวุ่นวายของเมืองท่า  ความเป็นเมืองท่าในอดีตจึงได้เลือนหายไปตามกาลเวลา  แต่ว่ายังมีการอนุรักษ์ความเป็นตั้นสุ่ยไว้บ้างในชื่อ “ถนนโบราณตั้นสุ่ย” ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ในเขตพื้นที่ตั้นสุ่ย  โดยเรายังสามารถพบกลิ่นไอของความรุ่งเรืองในสมัยที่เป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองของตั้ยสุ่ย  และยังสามารถสิ่งก่อสร้างหลายรูปแบบในพื้นที่นี้  เช่น ตึกรูปแบบตะวันตก รูปแบบญี่ปุ่น  รูปแบบฟิจิตอนใต้  และอื่นๆที่เคยรุ่งเรืองมากก่อนในอดีตให้เราได้สัมผัสในพื้นที่แห่งเดียวภาพถนนคนเดินตั้นสุ่ย จากบล็อก chaimingyang.wordpress.com

     นอกจากเรื่องของกลิ่นไอของความรุ่งเรืองที่หลงเหลือผ่านกาลเวลามาให้เราได้สัมผัสด้วยตาของตัวเองในห้วงเวลาปัจจุบัน  ยังมีเรื่องของอาหารท้องถิ่นที่ได้บันทึกเรื่องราวของกาลเวลาเอาไว้  ปรับเปลี่ยนรสชาติไปตามกาลเวลากระทั้งมีรสชาติให้ลิ้นของเราได้รู้จักในช่วงเวลาปัจจุบัน  และด้วยความเป็นเมืองท่าเราจึงสามารถหาอาหารทะเลที่ทั้งสดและไม่แพงในตั้นสุ่ยได้ง่ายมาก  ซึ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในตั้นสุ่ยนอกจากจะทำให้เราสามารถสัมผัสร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ยังเหลืออยู่แล้ว  ยังมีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้เช่นวิวของภูเขากับแม่น้ำพร้อมกับกิจกรรมอย่างการพายเรือชมเมืองท่าไว้รอเราอยู่

.

การเดินทางมายังตั้นสุ่ย

     เข้าใจว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่น่าจะมีจุดเริ่มต้นการเดินทางในระหว่างที่มาเยือนไต้หวันที่ไทเป  การเดินทางมายังตันสุ่ยในที่นี้จึงขอบอกถึงการเดินมทางมาจากไทเปเท่านั้น  สำหรับการเดินทางมายังตั้นสุ่ยจากไทเปนั้นสามารถทำได้ง่ายมากเพราะว่ามีรถไฟไต้ดินจากไทเปมายังตั้นสุ่ยโดยตรงใชื่อว่าสายตั้นสุ่นกันเลย  โดยระยะทางจากไทเปถึงตั้นสุ่ยมีระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งถ้าหลายท่าที่เดินทางมายังตั้นสุ่ยกับกรุ๊ปทัวร์ไต้หวันก็น่าจะเป็นการเดินทางโดยรถโค้ชซึ่งใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

.

ของฝากเมืองตั้นสุ่ย

     ของฝากขึ้นชื่อของเมืองตั้นสุ่ยแห่งนี้น่าจะเป็น “ไข่เหล็ก” หรือที่เรียกว่า เถียตั้น (鐵蛋) ซึ่งเจ้าไข่เหล็กนี้ก็คือไข่พะโล้ที่เอาไปต้มจนแห้งและแข็งมีหลายรสให้เลือกลิ้มลอง  บางเจ้าใช้ไข่เป็ด บางเจ้าใช้ไข่นกกระทา  ซึ่งถ้าเป็นที่ไทยเราอาจจะคล้ายๆกับไข่พะโล้ตุ๋นยาจีนในเซเว่นอิเลเฟ่น 2 ฟอง 20 บาท  แต่รสชาติก็จะไม่เหมือนกันทีเดียวเพราะที่ขายในเซเว่นจะถูกปรับรสชาติให้เหมาะกับคนแถวบ้านเราแล้ว  ซึ่งถ้าใครอยากลองรสชาติจริงๆของเจ้าไข่เหล็กแต่ไม่มีโอกาสไปทัวร์ไต้หวันสักที  ก็สามารุทำได้เพราะมีเว็บไซต์ที่จำหน่ายไข่เหล็กจากไต้หวันโดยตรง  เช่นเว็บไซต์ anghi.com.tw ที่เรานำรูปไข่เหล็กมาใช้ในนี้ก็เป็นเว็บไซต์ที่ขายไข่เหล็กออนไลน์เช่นกัน  โดยท่านที่สนใจสามาถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.anghi.com.tw/product-info.php?id=58ภาพไข่เหล็กจาก anghi.com.tw

.

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจในตั้นสุ่ย

     นอกจากถนนโบราณตั้นสุยหรืออาหารที่มีให้เราเลือกกินอย่างจุใจในราคาที่ไม่แพงมากแล้ว  ที่ตั้นสุ่ยยังมีสถานที่อื่นที่น่าสนใจอยู่หลายสถานที่อย่างเช่น

   สะพานคู่รัก (Valentine’s Bridge)

     สะพานคู่รัก หรือ Valentine’s Bridge  เปิดให้คู่รักหลายคู่ได้ย่ำเท่าบนสะพานแห่งนี้เมื่อปีคริสตศักราช 2003 โดยประธานาธิบดีเฉิยสุยเปียน  มีความกว้างประมาณ 5 เมตรพอให้คู่รักหลายๆคู่ได้เดินทางสวนกันได้อย่างสบายในบรรยากาศแห่งรักกับสะพานสีชมพูอ่อนแห่งนี้  และยังมีความยาวประมาณ 165 เมตรเชื่อมสองฝั่งของท่าเทียบเรือชาวประมงภาพสะพานคู่รักจาก http://elinchow.blogspot.com/2016/01/trip-to-taiwan-new-taipei-tamsui.html

 

   ท่าเทียบเรือชาวประมง

     ท่าเทียบเรือของเมืองตั้นสุ่ยแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของปากแม่น้ำตันสุ่ย ที่บริเวณพื้นที่ริมน้ำแห่งนี้ได้พัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของเมืองตั้นสุ่ยที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสำหรับการรองรับความโรแมนติกจากคู่รักทอดจากสะพานลงมา  โดยบริเวณพื้นที่นี้เราจะพบกับทางเดินไม้ ร้านกาแฟริมฝั่งแม่น้ำตั้นสุ่ย และท่าจอดเรือขนาดใหญ่  ปากทางของท่าเรือแห่งนี้เชื่อมติดกับสะพานสีชมพูอ่อนที่เรียกกันว่า “สะพานคู่รัก” (Valentine’s Bridge) ซึ่งพื้นที่นี้ได้รับการบอกต่อมาว่าเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้สวยที่สุดของเมืองตั้นสุ่ยโดยเฉพาะบนสะพานคู่รักภาพท่าเรือตันสุ่ยจาก elinchow

 

   ป้อมปราการซานโดมินโก (หงเหม่าเฉิง | Fort San Domingo)

     เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองตั้นสุ่ย  เริ่มแรกป้อมแห่งนี้ถูกสร้างโดยชาวสเปนในปีคริสตศักราช 1629 แต่เมื่อพื้นที่แห่งนี้ถูกเข้าครองโดยชาวดัตช์ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งในรูปแบบของชาวดัช์เป็นอาคารที่สร้างด้วยอิฐแดงแนวยุโรปสมัยกลาง  และต่อมาในปีคริสตศักราช 1867 ป้อมแห่งนี้กลายเป็นสถานกงศุลอังกฤษ  รวมถึงเป็นที่อยู่ของข้าราชการที่ประจำอยู่ที่สถานกงศุลแห่งนี้  และปัจจุบันได้ถูกจัดให้เป็นอาคารแสดงนิทรรศกาลทางประวัติศาสตร์ของตั้นสุ่ยให้เราได้ชมภาพ Fort San Domingo จาก lostintravelingwithjn.wordpress.com

     นอกจากสามสถานที่  ที่ได้กล่าวถึงของเมืองตั้นสุ่ย  ยังมีบรรยากาศอีกมากมายที่ไม่สามารถเล่ากันให้หมดในพื้นที่เพียงเท่านี้ได้  ทุกท่านเหล่านักเดินทางท่องโลกอันกว้างใหญ่  ต้องมาลิ้มรสแห่งสถานที่อันโรแมนติกของไต้หวัน  เมืองตั้นสุ่ยแห่งนี้ด้วยตนเองให้เห็นกับตา  ให้ซิมเข้าสู่หัวใจ

avatar
wpDiscuz
ปิดโหมดสีเทา