02-245-1415 [email protected]

เข้าสู่ระบบ

ลงทะเบียน

การลงทะเบียนจะทำใ้คุณสามารถติดตามผลการชำระเงิน หรือการดำเนินการอื่นๆผ่านทางระบบออนไลน์ได้ทันที
ชื่อผู้ใช้*
รหัสผ่าน*
พิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง*
ชื่อ*
ชื่อสกุล*
อีเมล*
โทรศัพท์*
ประเทศ*
* เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อย หมายถึงการยอมรับใน เงื่อนไขการให้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัทฯ

หากท่าเคยลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

เข้าสู่ระบบ
02-245-1415 [email protected]

เข้าสู่ระบบ

ลงทะเบียน

การลงทะเบียนจะทำใ้คุณสามารถติดตามผลการชำระเงิน หรือการดำเนินการอื่นๆผ่านทางระบบออนไลน์ได้ทันที
ชื่อผู้ใช้*
รหัสผ่าน*
พิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง*
ชื่อ*
ชื่อสกุล*
อีเมล*
โทรศัพท์*
ประเทศ*
* เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อย หมายถึงการยอมรับใน เงื่อนไขการให้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัทฯ

หากท่าเคยลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

เข้าสู่ระบบ

ทัวร์จีน > ลาซา ทิเบต

ลาซา (拉薩ลาซาแท้จริงหมายถึง “ผืนดินแห่งพระพุทธองค์”  ในเมืองประกอบไปด้วยหลายวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะศาสนสถานของศาสนาพุทธ-ทิเบต เช่นพระราชวังโนร์บูกลิงกา ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย การท่องเที่ยวในลาซา ทิเบต ส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญทางศาสนา มีการแสวงบุญ  เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนิกชนที่นับถือพุทธศาสนานิกายทิเบต

ค้นหาโปรแกรมทัวร์ที่ใช่

เราสามารถจัดเตรียมโปรแกรมการท่องเที่ยวไว้ตอบรับความต้องการของทุกท่าน หรือหากท่านต้องการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือแบบกลุ่มเราก็สามารถจัดทริปการเดินทางให้ท่านไปได้ตลอดทั้งปี

LINE ID : @thaimoderntravel
PHONE: 02-245-1415
E-MAIL: [email protected]

   “ลาซา”ตั้งอยู่ตอนกลางของที่ราบสูงทิเบต ทางเหนือของเทือกเขาหิมาลัย มีแม่น้ำลาซาซึ่งเป็นแควสายหนึ่งของแม่น้ำยาลูจัมโปทอดตัวไหลผ่าน อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,650 เมตร เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนิกชนที่นับถือพุทธศาสนานิกายทิเบต

 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในลาซา

     วัฒนธรรมอันหลากหลายเกิดจากการผสมผสานระหว่างชนเผ่าทิเบต ฮั่น มองโกล หุย อินเดีย และเนปาล ปัจจุบันเมืองลาซา ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม คมนาคมและการท่องเที่ยวที่สำคัญของทิเบต

 

    พระราชวังโปตาลา

     พระราชวังเป็นป้อมปราการ และ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าซรอนซันกัมโป ผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งจักรวรรดิทิเบต ตัวพระราชวังถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง จนถึงรัชสมัย ทะไลลามะ องค์ที่ 5 มีพระบัญชาให้สร้างปราสาทนี้ในลักษณะของวังซ้อนวัง พระราชวังวงนอกเรียกว่า วังขาว เพราะทาสีขาว พระราชวังชั้นในเรียกว่า วังแดง ได้ชื่อตามผนังที่ทาสีแดง พระราชวังโปตาลามีระเบียงที่มีภาพเขียนสีเรียงซับซ้อน มีทั้งบันไดไม้บันไดหิน มีห้องสวดมนต์ที่ตกแต่งสวยงาม มีรูปเคารพเกือบสองแสนองค์ 

ภาพพระราชวังโปตาลาจาก http://www.chinatouradvisors.com

 

    วัดโจคัง (วัดต้าเจ้าซื่อ)

     เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวทิเบต วัดโจคังสร้างในสมัยของกษัตริย์ซงจ้านกันปู้ เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและอินเดีย

ภาพวัดโจคังจากhttp://www.pinterest.com

 

    ตำหนักนอร์บุหลินฆา (Norbulinkha Palace) 

     เดิมเป็นตำหนักของดาไลลามะ องค์ที่ 14 ที่มีการต่อเติมสร้างขึ้นโดยใช้ทรัพย์ส่วนพระองค์ พระองค์ทรงประทับอยู่ที่นี่ 2 ปี ในปัจจุบันได้เปิดเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อน

ภาพตำหนักนอร์บุหลินฆาจากhttp://tibetpedia.com

 

     ในลาซานั้นยังมีที่เที่ยว วัด หรือสถานที่ธรรมชาติ ให้ทุกคนได้เลือกเที่ยวกันอีกมากมาย ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาเป็นเพียงสถานที่คร่าวๆเท่านั้น ขอบคุณข้อมูลสถานที่เที่ยวจากแหล่งข้อมูลต่างๆ หากเพื่อนคนในไปก็อย่าลืมแวะไปกันด้วยน่ะครับ

วีซ่าจีนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

         วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับที่สถานฑูตจีนจะเรียกเป็นประเภท “L” สามารถยื่นขอได้ด้วยตนเองสำหรับท่านที่มีเวลามากพอ โดยเอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าประกอบด้วย (1) หนังสือเดินทางที่เหลืออายุการใช้งานมากกว่า 6 เดือน (2) แบบฟอร์มการขอวีซ่าจีน (3) รูปถ่าย โดยสามารถดูรายละเอียดของรูปถ่ายได้ที่ (ระเบียบใหม่เรื่องรูปถ่ายการขอวีซ่าจีน 2560) เนื่องจากเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบรูปถ่ายเมื่อไม่นานมานี้ (4) ใบจองตั๋วเครื่องบินไป – กลับ (5) ใบจองโรงแรมหรือกรณีไปพักกับเพื่อนหรือญาติ จะต้องมีจดหมายเชิญจากผู้ที่อาศัยอยู่ในจีน

         สำหรับหลายท่านที่ไม่มีเวลาในการดำเนินการยื่นวีซ่าจีนด้วยตนเอง และให้ตัวกลางอื่นๆเป็นผู้ดำเนินการแทนจะต้องมีใบมอบอำนาจเป็นภาษาอังกฤษพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่มายื่น  และสำหรับผู้เดินทางที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมคือ (6) สำเนาสูติบัตร (7) สำเนาบัตรประชาชนพ่อและแม่  โดยในแบบฟอร์มหัวข้อที่ 2 ต้องให้พ่อแม่เซ็นชื่อกำกับ

         การของวีซ่าจีนสำหรับการท่องเที่ยวจะมีอายุการใช้ 60 วันนับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศจีน  และสำหรับการเรียนระยะสั้นถ้าหากระยะเวลาไม่เกิน 60 วันก็สามารถใช้วีซ่าประเภทท่องเที่ยวได้เช่นกัน

         การเข้าเมืองลาซา จะต้องมี Tibet Permit เป็นใบอนุญาตผ่านเข้าเมืองที่เราทำเรื่องระบุไว้ หากไม่ทำเรื่องระบุไม่สามารถผ่านได้ 

         การขอ permit เข้าทิเบต ต้องขอวีซ่าจีนก่อนโดยห้ามระบุว่าไปเมืองทิเบตหลังจากได้วีซ่าจีนสามารถทำPermitได้โดยใช้บริการบริษัททัวร์(ที่จีนได้)ใช้เวลาทำการ 10-15 วันก่อนวันเดินทางเท่านั้นหลังจากที่บริษัททัวร์ได้ Permit มาแล้ว เขาก็จะต้องส่งเอกสารมาให้ที่โรงแรมที่เราจะไปพักก่อนเดินทางเข้าทิเบต ถ้าเดินทางโดยเครื่องบิน จะส่ง Permit ตัวจริงมาให้ ไม่เช่นนั้นจะขึ้นเครื่องไม่ได้ หากเดินทางโดยรถไฟใช้สำเนาได้

 

ระบบไฟฟ้าและปลั๊กไฟที่ประเทศจีน

     ประเทศจีนใช้แรงดันไฟฟ้าประมาณ 220 โวลต์ที่ความถี่ 50-60 เฮิร์ต เหมือนบ้านเราเลยทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าจะทำงานได้ไหม (เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในบ้านเราก็มาจากจีนกันทั้งนั้น) ยิ่งกว่านั้นคือเครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันออกแบบมาให้รองรับทั้งแรงดันไฟฟ้า 100 โวลต์ถึง 250 โวลต์กันอยู่แล้ว ที่ต้องเป็นห่วงคือเรื่องของปลั๊กไฟ  เพราะที่จีนจะมีการใช้เต้ารับหลักๆอยู่ 2 แบบ คือแบบ A (Type A) และแบบ I (Type I) โดยถ้าเป็นแบบ A ก็ไม่น่าจะมีปัญหากับอุปกรณ์พวกที่ชาร์จแบตไอโฟนหรืออีกหลายญี่ห้อ แต่ก็เห็นอยู่หลายญี่ห้อที่เป็นแบบกลมหรืออะแดปเตอร์โน๊ตบุ๊คก็ต้องหายากหน่อย  ทางที่ดีสำหรับนักเดินทางแล้วก็พก Uniersal Adapter ไว้อุ่นใจกว่าครับ

     ในส่วนของลาซานั้นที่ชาร์จส่วนใหญ่สามารถชาร์จได้ที่โรงแรม เพื่อป้องกันปัญหาการทำงานที่ต่อเนื่องไม่ให้มีปัญหากับเรื่องเล็กน้อยอย่างปลั๊กไฟก็ต้องพก Universal Adapter ติดกระเป๋าไว้ก่อนออกเดินทางไปทุกที่ทั่วโลกมั่นใจกว่า

ภาพปลั๊กแบบต่างๆจาก https://gearpatrol.com/2015/02/06/guide-to-plugs-and-sockets-by-country/

 

การใช้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตเมื่ออยู่ที่ประเทศจีน

         ถ้าเราเดินทางไปกับบริษัททัวร์หรือซื้อทัวร์จีน  ส่วนใหญ่บริษัททัวร์จะเป็นคนเตรียม Pocke Wifi ไว้ให้เราใช้เป็นกลุ่มอยู่แล้ว (ถ้าเคยไปกับบริษัทไหนแล้วไม่มีก็…) แต่สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเองหรือต้องการใช้อินเตอร์เน็ตแยกกับคนอื่นก็มีวิธีง่ายๆ 2 วิธี คือเปิด Data Roaming กับซิมที่เราใช้ในประเทศไทยนี่แหละครับ  หรือจะเลือกซื้อซิมการ์ดที่จีนใช้งานเลยก็ได้

         เริ่มจากโรมมิ่งอันลิมิตก่อนเลย  มีสามค่ายยักษ์ใหญ่ในไทยเราสามารถเปิดโรมมิ่งได้ทั้ง AIS DTAC และ TRUE ซึ่งจะมีราคาประมาณ 300 -2200 บาท ตามระยะเวลาการใช้งาน 1 – 7 วัน แล้วแต่เครือข่าย  โดยแต่ละเครือข่ายมีรายละเอียดต่างกันลองศึกษาดูจากเว็บไซต์ของเครือข่ายโดยตรงจเป็นข้อมูลปัจจุบันมากกว่า

         สำหรับการซื้อซิมการ์ดจากประเทศจีนใช้งาน  ต้องเช็คให้ดีว่าโทรศัพท์มือถือของเรารองรับช่วงความถี่ของผู้ให้บริการหรือไม่  จากผู้ให้บริการสามรายใหญ่คือ China Mobile / China Unicom / China Telecom 

     โดยถ้าเราดูจากตารางเปรียบเทียบความถี่สัญญาณที่รองรับกับโทรศัพท์มือถือบ้านเรามากที่สุดก็น่าจะเป็น China Unicom และเล่าต่อๆกันมาว่า China Unicom มีสัญญาณครอบคลุมเป็นลำดับสองกันเลย ซึ่งจากผู้ที่เคยใช้งานมาก็ถือว่าสัญญาณ 3G/4G อยู่ในระดับที่ดีมาก มีหายไปบางช่วงของทะเลทราย หรือในอุโมงค์  ซึ่งการซื้อนั้นก็ดูจะยุ่งยากมากเพราะหาเกือบทุกร้านจะพูดภาษาจีน  หาคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ยากมาก และที่สำคัญคือซิมการ์ดที่ซื้อต้องลงทะเบียนด้วย  ดังนั้นต้องคุยกับคนขายให้รู้เรื่องกันเลยทีเดียวครับ  นอกจากนี้หลายๆร้านก็ไม่ยอมขายให้คนต่างชาติด้วย  ส่วนอัตราค่าริการนั้นสามารถตรวจสองได้จากเว็บไซต์ 310010.com ซึ่งพอเห็นค่าบริการแล้วก็คิดว่าเปิดดาต้าโรมมิงจากไทยแบบอันลิมิตแล้วหารค่าใช้จ่ายกันกับเพื่อนคุ้มกว่าแน่นอนสำหรับคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเหมือนสาดน้ำสงกรานต์อย่างเราๆ

ค้นหาโปรแกรมทัวร์ที่ใช่

เราสามารถจัดเตรียมโปรแกรมการท่องเที่ยวไว้ตอบรับความต้องการของทุกท่าน หรือหากท่านต้องการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือแบบกลุ่มเราก็สามารถจัดทริปการเดินทางให้ท่านไปได้ตลอดทั้งปี

LINE ID : @thaimoderntravel
PHONE: 02-245-1415
E-MAIL: [email protected]