02-245-1415 [email protected]

เข้าสู่ระบบ

ลงทะเบียน

การลงทะเบียนจะทำใ้คุณสามารถติดตามผลการชำระเงิน หรือการดำเนินการอื่นๆผ่านทางระบบออนไลน์ได้ทันที
ชื่อผู้ใช้*
รหัสผ่าน*
พิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง*
ชื่อ*
ชื่อสกุล*
อีเมล*
โทรศัพท์*
ประเทศ*
* เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อย หมายถึงการยอมรับใน เงื่อนไขการให้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัทฯ

หากท่าเคยลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

เข้าสู่ระบบ
02-245-1415 [email protected]

เข้าสู่ระบบ

ลงทะเบียน

การลงทะเบียนจะทำใ้คุณสามารถติดตามผลการชำระเงิน หรือการดำเนินการอื่นๆผ่านทางระบบออนไลน์ได้ทันที
ชื่อผู้ใช้*
รหัสผ่าน*
พิมพ์รหัสผ่านอีกครั้ง*
ชื่อ*
ชื่อสกุล*
อีเมล*
โทรศัพท์*
ประเทศ*
* เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อย หมายถึงการยอมรับใน เงื่อนไขการให้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัทฯ

หากท่าเคยลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

เข้าสู่ระบบ

ทัวร์ญี่ปุ่น > เซนได นิกโกะ

เซนได (仙台市) เมืองศูนย์กลางทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เป็นเมืองที่รู้จักกันในนาม “เมืองแห่งมหาวิทยาลัย” ซึ่งมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆในเซนไดมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงตลอดมา  นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว  เมืองเซนไดนี้ยังได้รับฉายาว่า “เมืองต้นไม้” ในฤดูร้อนจะมีเทศกาล “ทานาบาตะเซนได” ที่ให้ความสำคัญกับประเพนีดั้งเดิม  ส่วนในฤดูหนาวก็จะมีการจัดนิทรรศกาลแสงไฟประดับต้นไม้ “Pageant of Starlight” ในช่วงเดือนธันวาคม

ค้นหาโปรแกรมทัวร์ที่ใช่

เราสามารถจัดเตรียมโปรแกรมการท่องเที่ยวไว้ตอบรับความต้องการของทุกท่าน หรือหากท่านต้องการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือแบบกลุ่มเราก็สามารถจัดทริปการเดินทางให้ท่านไปได้ตลอดทั้งปี

LINE ID : @thaimoderntravel
PHONE: 02-245-1415
E-MAIL: [email protected]

“เซนได”อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 300 กิโลเมตรทางทิศเหนือ  ตั้งอยู่ในเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น  ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก  เซนไดเป็นหนึ่งในเจ็ดของเมืองที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น  ตั้งอยู่ในใจกลางของภูมิภาคโทโฮะขุ

     หากตอนนี้เราเราอยู่ตามแนวสถานีรถไฟฟ้าชินกังเซน  การเดินทางไปเซนไดนั้นสามารถนั่งรถไฟชินกังเซนสายโทโฮะชุจากโตเกียว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที และเซนไดยังมีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากสนามบินในประเทศ และ ระหว่างประเทศที่สำคัญเป็นประจำ

     นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟชินกังเซนแล้ว  สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเราที่ต้องการมาทัวร์ญี่ปุ่นที่เซนไดแล้วต้องการเดินทางมาที่เซนไดก่อน  ก็มีเที่ยวบินจากประเทศไทยมายังเซนไดมากมายให้เลือกเดินทาง

 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในเซนไดเมื่อมาทัวร์ญี่ปุ่น

     ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ด้วยรถไฟฟ้าชิงกังเซน  เราก็สามารถมายังเซนไดได้แล้ว  โดยที่เซนไดประเทศญี่ปุ่นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไว้รอเหล่านักเดินทางจากทั่วโลก  มีอาหารญี่ปุ่นและออนเซ็นมากมายไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของโทโฮคุ

 

    Sendai Castle (ปราสาทเซนได)

     เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ “ดาเตะ มาซามูเนะ” ซึ่งเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทอาโอบะ” โดยเป็นป้อมปราการธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยหน้าผา

ภาพปราสาทจากhttps://www.tohokuandtokyo.org/spot_81/?language=th

 

    Ishinomori Manga Museum (พิพิธภัณฑ์มังงะอิชิโนะโมริ)

     พิพิธภัณฑ์สำหรับสัมผัสโลกของ Shotaro Ishinomori นักเขียนการ์ตูนชาวมิยางิซึ่งมีผลงานโด่งดังมาจากการ์ตูนเรื่องคาเมนไรเดอร์ ใครที่เป็นสาวกการ์ตูรญี่ปุ่นต้องไม่พลาดที่จะไป

ภาพพิพิธภัณฑ์จากhttps://www.tohokuandtokyo.org/spot_98/

 

    Yagiyama Zoo (สวนสัตว์ยางิยามะเมืองเซนได)

     สวนสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์เอาไว้กว่า 140 สายพันธุ์รวม 550 ตัว เช่น หมีขั้วโลก, สิงโต และเสือโคร่งสุมาตรา เป็นต้น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่กิจกรรมให้อาหารสัตว์

ภาพสวนสัตว์จากhttp://www.jetsendai.com/blog/2013/11/14/yagiyama-zoo.html

 

     ในย่านเซนไดนั้นยังมีที่เที่ยว วัด หรือสถานที่ธรรมชาติ ให้ทุกคนได้เลือกเที่ยวกันอีกมากมาย ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาเป็นเพียงสถานที่คร่าวๆเท่านั้น ขอบคุณข้อมูลสถานที่เที่ยวจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่อ้างอิงมา หากเพื่อนคนในไปทัวร์ญี่ปุ่นก็อย่าลืมแวะไปเมืองเซนไดกันด้วยน่ะครับ

วีซ่าญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

     วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ว่าจะเดินทางไปกับทัวร์ญี่ปุ่นหรือไปเองก็ตาม  ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าแล้วสำหรับการเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน  สามารถใช้หนังสือเดินทางประเทศไทยผ่านเข้าประเทศได้เลย  โดยสิทธิ์วีซ่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับประเทศไทยจะมีอายุ 15 วัน ซึ่งก็เต็มเหนี่ยวมากสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นในหนึ่งทริปการเดินทาง แต่สำหรับท่านที่ต้องการวีซ่าประเภทอื่น สามารถตรวจสอบรายละเอียดที่เป็นปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย www.th.emb-japan.go.jp

 

ระบบไฟฟ้าและปลั๊กไฟที่ประเทศญี่ปุ่น

     ประเทศญี่ปุ่นใช้แรงดันไฟฟ้าประมาณ 100 โวลต์ที่ความถี่ 50-60 เฮิร์ต แต่ประเทศไทยบ้านเราดันใช้ระบบไฟฟ้าแรงดันประมาณ 220 โวลต์(แต่ความถี่อยู่ที่ 50-60 เฮิร์ต เหมือนกัน) ซึ่งไม่ต้องเป็นกังวลไปว่าจะไม่สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาจากประเทศไทยไม่ได้  เพราะว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ตั้งแต่แรงดันไฟฟ้า 100 – 250 โวลต์กันอยู่แล้ว  ที่ต้องสนใจเป็นพิเศษอาจจะต้องสนใจปลั๊กที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น  เพราะเกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ A (Type A) คือเป็นแบสองขาแบนไม่มีกราวด์ถ้าเป็นที่ชาร์จแบตมือถือส่วนใหญ่ในไทยก็ฉลุยเลย  แต่สำหรับอะแดปเตอร์โน้ตบุ๊คคงต้องพก Uniersal Adapter ไว้อุ่นใจกว่าครับ

ภาพปลั๊กแบบต่างๆจาก https://gearpatrol.com/2015/02/06/guide-to-plugs-and-sockets-by-country/

 

การใช้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตเมื่ออยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

         ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าญี่ปุ่นมีไวไฟฟรีให้ใช้เยอะมากเลยครับตามเมืองใหญ่ๆหรือโรงแรมส่วนใหญ่ ถ้าเป็นที่สนามบินก็เร็วมากซะด้วย แต่ถ้าเป็นตามเมืองก็ช้าเอามากโดยเฉพาะถ้าขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินนี่แทบใช้งานไม่ได้  ทำให้บริษัททัวร์ทั้งหลายรวมถึงทัวร์ญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ก็จะยังเตรียม Pocket Wifi ไว้ให้กับลูกค้าอยู่ดี  แต่สำหรับหลายๆท่านที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวญี่ป่นด้วยตนเองหรือต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตแยกกับคนอื่นสำหรับทริปท่องเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว ก็มีทางเลือกคือ

     เปิดโรมมิ่งซื้อแพคเกจไม่จำกัดจากไทยไปใช้งานเลย  ค่ายยักษ์ทั้งสามผู้ให้บริการทั้ง AIS DTAC และ TRUE ซึ่งจะมีราคาประมาณ 250 -2600 บาท ตามระยะเวลาการใช้งาน 1 – 7 วัน แล้วแต่เครือข่าย โดยแต่ละเครือข่ายมีรายละเอียดต่างกันลองศึกษาดูจากเว็บไซต์ของเครือข่ายโดยตรงจเป็นข้อมูลปัจจุบันมากกว่า

     ซื้อซิมการ์ดญี่ปุ่นมาใช้งานเป็นอีกวิธีที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ตได้  โดยส่วนใหญ่คนไทยเราจะใช้บริการจาก bmobile ซึ่งเป็นซิมการ์ดจาก Docomo และมีให้ใช้งานซิมการ์ดถึง 2 แบบ คือ แบบ PAYG SIM และแบบ VISITOR SIM สำหรับ PAYG SIM จะเป็นซิมการ์ดแบบลงทะเบียน จะสามารถเลือกใช้งานได้ในระยะเวลา 7 วัน และ 14 วัน ซึ่ง PAYG SIM ในระยะเวลา 7 วัน จะสามารถใช้โทรออก-รับสาย และส่ง SMS ได้รวมไปถึงใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G และ 3G ได้สูงสุด 3 GB โดยจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 9,980 เยน (ประมาณ2,700 บาท) ส่วนแบบ 14 วัน จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้สูงสุด 3 GB เพียงอย่างเดียว และมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 4,990 เยน (ประมาณ 1,350 บาท)  ส่วน VISITOR SIM นั้นไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนซิมการ์ดให้เลย ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ 2 แบบ คือ แบบใช้งานอินเทอร์เน็ต 1 GB โดยไม่กำหนดระยะเวลา และแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตในระยะเวลา 14 วัน โดยสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน 4G/3G แบบไม่จำกัด แต่ความเร็วอินเทอร์เน็ตแค่ 300 Kbps เท่านั้น โดย VISITOR SIM ทั้ง 2 แบบ จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 3,686 เยน (ประมาณ 1,000 บาท)

ค้นหาโปรแกรมทัวร์ที่ใช่

เราสามารถจัดเตรียมโปรแกรมการท่องเที่ยวไว้ตอบรับความต้องการของทุกท่าน หรือหากท่านต้องการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือแบบกลุ่มเราก็สามารถจัดทริปการเดินทางให้ท่านไปได้ตลอดทั้งปี

LINE ID : @thaimoderntravel
PHONE: 02-245-1415
E-MAIL: [email protected]