ในเกือบทุกการเดินทางสำหรับการท่องโลกกว้างแล้ว จะมีคนอย่างน้อย 1 คนที่ร่วมเดินทางไปกับเราเสมอเพื่อให้เราได้สนุกพร้อมกับความรู้จากสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเต็มอิ่ม
เมื่อ… ความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน เฮ้ย ออกทะเลแล้ว ก็น่าแปลกที่เมื่อเราเริ่มออกเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ เราก็ดันจะสนิทกับคนคนนั้นที่เราไม่รู้จักกันทุกที ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับเค้าคนนั้นกันดีกว่า ซึ่งสำหรับผู้ที่จะร่วมเดินทางกับเราในการเดินทางท่องเที่ยวไม่ว่าต่างประเทศหรือในประเทศ อย่างน้อยๆก็จะมี 1 ใน 2 คนนี้ที่ร่วมออกเดินทางกับเรา ก็คือ “มัคคุเทศก์” กับอีกคนคือ “หัวหน้าทัวร์”

คนที่ 1 นั้นเค้าว่า “มัคคุเทศก์”
มัคคุเทศก์เป็นผู้ที่ให้ความรู้ต่างๆรวมถึงวัฒนธรรมของพื้นที่ คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ สถานที่นั้นๆ ให้แก่เหล่านักดินทาง โดยมัคคุเทศก์จะดูแลความเรียบร้อยในการดำเนินการท่องเที่ยวตลอดจนดูแลความปลอดภัยอำนวยความสะดวกให้กับเหล่านักเดินทาง สำหรับการเป็นมัคคุเทศก์นั้นใช่ว่าใครที่ไหนจะเป็นก็ได้ เพราะมัคคุเทศก์ทุกคนนั้นผ่านการฝึกฝนทักษะเฉพาะด้านมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะความชำนาญในพื้นที่ประจำของมัคคุเทศก์แต่ละท่าน โดย “มัคคุเทศก์” หรือ “ไกด์ท้องถิ่น” จะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 2 ประเภทคือ “มัคคุเทศก์ทั่วไป” และ “มัคคุเทศก์เฉพาะ”
มัคคุเทศก์ทั่วไป
มัคคุเทศก์ทั่วไปก็จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือมัคคุเทศทั่วไปสำหรับต่างประเทศและมัคคุเทศทั่วไปในไทย โดยมัคคุเทศก์ทั่วไปจะนำเที่ยวให้แก่เหล่านักเดินทางชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็ได้ซึ่งสามารถนำการท่องเที่ยวได้ทั่วไทยกันเลย และสำหรับมัคคุเทศทั่วไปประเภทนี้จะมีบัตรประจำตัวมัคคุเทศสีบรอนซ์เงิน ส่วนมัคคุเทศก์ทั่วไปอีกประเภทจะมีบัตรประจำตัวสีบรอนซ์ทองที่สามารถนำเที่ยวได้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น แต่ก็สามารถเที่ยวได้ทั่วไทยเช่นกัน

มัคคุเทศก์เฉพาะ
“มัคคุเทศก์เฉพาะ” เป็นมัคคุเทศก์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษเพาะพื้นที่ โดยสำหรับประเทศไทยจะแบ่งมัคคุเทศก์เฉพาะ 8 ส่วนพื้นที่ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะแบ่งประเภทต่างๆออกเป็นสีเพื่อง่ายแก่การสังเกต

มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทแรก “เฉพาะพื้นที่”
มัคคุเทศก์ประเภทนี้จะได้รับบัตรอนุญาตสีชมพู มีหน้าที่นำเที่ยวให้กับเหล่านักท่องเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตามจังหวัดที่ระบุไว้ในบัตร ซึ่งนอกจากจังหวัดที่ระบุไว้ในบัตรแล้วยังสามารถนำเที่ยวไปยังพื้นที่ติดต่อของจังหวัดนั้นได้อีกด้วย
มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทที่สอง “เฉพาะพื้นที่”
สำหรับมัคคุเทศก์ประเภทที่สองนี้มีพื้นที่นำเที่ยวเป็นจังหวัดที่ระบุไว้บนบัตรและพื้นที่ติดต่อของจังหวัดนั้นเหมือนกับประเภทแรก แต่มีความแตกต่างกับประเภทแรกคืออนุญาตให้สามารถนำเที่ยวได้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น และมีบัตรประจำตัวสีฟ้า

มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทที่สาม “เดินป่า”
มัคคุเทศก์ที่ถือบัตรประเภทนี้สามารถนำเที่ยวทั้งนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวตางชาติได้ในเขตพื้นที่ป่า ซึ่งมัคคุเทศก์ที่จะถือบัตรนำเที่ยวประเภทนี้ได้ จะต้องมีความเชี่ยวชาญทั้งความรู้ในการนำเที่ยวพื้นที่ป่าและทักษะในการแก้ปัญหาเมื่อเกิดอบุัติเหตุขึ้นกับคณะทัวร์เมื่ออยู่ระหว่างการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าและมัคคุเทศก์ประเภทนี้จะมีบัตรอนุญาติประจำตัวมัคคุเทศก์สีเขียว(คราม)
มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทที่สี่ “ศิลปะ–วัฒนธรรม”
บัตรประจำตัวมัคคุเทศก์สีแดง จะนำเที่ยวคล้ายกับมัคุเทศก์ที่มีบัตรประจำตัวสีน้ำตาลที่จะทำหน้าที่นำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศในการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง แต่มัคคุเทศก์ที่มีบัตรอนุญาตประจำตัวสีแดงจะสามารถนำเที่ยวด้านนี้ได้ทั่วราชอาณาจักร ส่วนมัคคุเทศที่มีบัตรอนุญาตสีน้ำตาลจะนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ที่ทำการระบุไว้เท่านั้น

มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทที่ห้า “ทางทะเล”
บัตรอนุญาตสีส้มที่มัคคุเทศก์ถืออยู่นี้ เป็นสิ่งที่บอกให้เหล่าคณะนักเดินทางรู้ว่าคนที่ทำหน้าที่นำเที่นวของเราในครั้งนี้จะพาเราไปสนุกกับพื้นที่ทางทะเล ซึ่งมัคคุเทศก์ที่ทำการถือบัตรสีส้มนี้ก็สามารถให้บริการนำเที่ยวได้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศกันเลย
มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทที่หก “ทะเลชายฝั่ง”
มัคคุเทศก์ที่คอยนำเที่ยวเราเมื่อเราจะออกสู่ทะเลก็คือมัคคุเทศก์ประเภทนี้ ซึ่งจะถือบัตร์อนุญาตสีเหลืองและนำเที่ยวเราบนพื้นที่ทางทะเลรวมถึงพื้นที่บนเกาะต่างๆจากชายฝั่งทะเลในระยะไม่เกิน 40 ไมล์ทะเล (1 ไมล์ทะเลมีระยะประมาณ 1.852 กิโลเมตร)

มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทเจ็ด “แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ”
มัคคุเทศที่ได้รับการอนุญาตบัตรสีม่วง จะให้บริการนำเที่ยวได้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยจะนำเที่ยวภายในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเฉพาะแหล่งที่ทำการระบุไว้บนบัตรนั้น
มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทสุดท้าย “วัฒนธรรมท้องถิ่น”
มัคคุเทศก์เฉพาะประเภทสุดท้ายนี้จะทำหน้าที่นำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็ได้ โดยจะให้ความรู้การนำเที่ยวด้านวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ โบราณคดี หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง ภายในพื้นที่ที่ทำการระบุไว้ในบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์เท่านั้น ซึ่งมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถเฉพาะทางด้านนี้จะมีบัตรอนุญาติสีน้ำตาลให้คณะเหล่านักท่องเที่ยวได้สังเกตเห็น
รูปแบบของบัตรมัคคุเทศก์ก็จะมีการออกแบบใหม่อยู่เรื่อยๆไม่เหมือนกับที่เรานำมาแปะไว้ที่จะเป็นบัตรประจำตัวมัคคุเทศแบบเก่ารวบรวมมาจากหลายๆเว็บไซต์ แต่ถึงจะมีการออกแบบบัตรใหม่อยู่กี่ครั้ง บัตรก็จะยังคงโทนสีเดิมที่ได้กำหนดไว้
สำหรับหลายๆท่านที่หลงไหลการท่องเที่ยวถึงขึ้นต้องการเป็นคนนำเที่ยวแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะหากเรามีความรู้บวกกับอายุ 20 ปีขึ้นไปพร้อมความสามารถด้านภาษาแล้วละก็ สามารถที่จะเข้ารับการอบรมเพื่อเป็นมัคคุเทศก์ได้เลย
คนที่ 2 นั้นไซร้ หัวหน้าทัวร์ (Tour Leader)
ปกติเมื่อเราออกเดินทางไปยังโลกกว้างกับบริษัททัวร์ต่างประเทศในไทย จะมีอย่างน้อย 1 คนที่คอยดูแลเราตั้งแต่เริ่มออกดินทางจนกระทั้งเรากัลบมาถึงประเทศไทย ซึ่งบุคคลนั้นเราเรียกว่า “หัวหน้าทัวร์” หรือ “ทัวร์ลีดเดอร์” โดยผู้นำเที่ยวคนนี้ของเราจะดูแลคณะเดินทางทุกๆคนตลอดการเดินทาง รวมถึงทำหน้าที่เป็นล่ามให้กับเราด้วยเมื่อเราเดินทางไปยังประเทศที่เราไม่สามารถสื่อสารกับคนท้องถิ่นได้ แต่เมื่อเราไปเที่ยวต่างประเทศแบบกร๊ปทัวร์แล้ว จะมีไกด์ท้องถิ่นมาคอยบรรยายความรู้ให้กับเรา ซึ่งถ้าไกด์ท้องถิ่นพูดภาษาไทยกับเราได้ก็จะบรยายเป็นภาษาไทย แต่ถ้าไกด์ท้องถิ่นไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาของเราได้ หน้าหน้าทัวร์ก็จะทำการแปลให้เราเข้าใจอีกที และส่วนใหญ่(เกือบทั้งหมด) หัวหน้าทัวร์จะมีความรู้เกี่ยวกับที่ๆเราเดินทางไม่แพ้ไกด์ท้องถิ่นอยู่แล้วและให้ความรู้กับเราได้ไม่บกพร่อง

ปัจจุบันสำหรับการท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์ในบางครั้งและบางประเทศที่ไม่บังคับให้มีการใช้ไกด์ท้องถิ่น หัวหน้าทัวร์ที่ทำการดูแลเราตลอดการเดินทางนี่แหละจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้เราเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆแทนไกด์ท้องถิ่น
แต่บางครั้งสำหรับกรุ๊ปเหมาบางกรุ๊ป คณะเดินทางก็เลือกที่จะไม่มีหัวหน้าก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องมั่นใจว่าคณะเดินทางจะมีอย่างน้อย 1 คนที่สามารถสื่อสารกับคนในท้องถิ่นที่จะทำการเดินทางไปได้
สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้ว หัวหน้าทัวร์ทุกคนไม่ใช่แค่คนที่คอยประสานงานให้กับเราเท่านั้น แต่หัวหน้าทัวร์ทุกคนคือเพื่อนร่วมเดินทางที่จะอยู่เคียงข้างเราตลอดการเดินทางไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรก็ตาม รวมถึงคอยแนะนำสิ่งหน้าสนใจที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้เหมือนเพื่อนเล่าสู่กันฟัง

























